ประโยชน์น่ารู้ของ น้ำมัน จากธรรมชาติ เคล็ดลับความงามจากผิวสู่ผม เรามาลองดูกันดีกว่าค่ะว่า น้ำมันแต่ละชนิดนั้นช่วยบำรุงส่วนไหนกันบ้างนะ…

 

น้ำมันมะพร้าว (Coconut oil)

น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันที่อยู่คู่กับประเทศไทยมาช้านาน ประโยชน์มากมายครอบจักรวาล ซึ่งน้ำมันมะพร้าวนั้นมีวิตามินอีสูง และสามารถต่อต้านอนุมูลอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเหมาะกับการนำมาบำรุงผมและผิวได้เป็นอย่างดี สำหรับสาวๆคนไหนที่ชื่นชอบการแต่งหน้า ก็สามารถนำน้ำมันมะพร้าวมาใช้แทนคลีนซิ่ง ออยล์ได้ด้วย ทั้งยังมีราคาไม่แพง และหาซื้อได้ง่าย นอกจากที่จะสามารถบำรุงหน้าได้แล้ว ยังบำรุงผมให้เงางามได้เช่นกันน้ำมันมะพร้าวสามารถบำรุงผมให้ดกดำ เงางาม พร้อมทั้งบำรุงหนังศีรษะของเราไม่ให้มีรังแคและผมก็ไม่ให้เสียด้วยค่ะ


น้ำมันดอกทานตะวัน (Sunflower Oil)

น้ำมันดอกทานตะวัน มีชื่อในเรื่องของการบำรุงหัวใจ ป้องกันมะเร็ง และลดคอเลสเตอรอลโดยใน น้ำมัน ดอกทานตะวันนั้นมีวิตามินอีสูง ซึ่งซ่อมแซม บำรุง ฟื้นฟูสภาพผิว และ ทำให้เกิดการสร้างเซลล์ใหม่ๆขึ้น นั่นหมายความว่าผิวหนังของเราจะได้รับการปกป้องจากแสงแดด และช่วยเรื่องให้รอยแผลจางลง ช่วยให้แผลสมานไวขึ้น ช่วยให้ผิวสุขภาพดีเงางาม นี่จึงเป็นหตุผลว่าทำไมน้ำมันดอกทานตะวัน มักเป็นส่วนผสมอยู่ในเครื่องสำอางต่าง ๆ


Castor, bean, oil, น้ำมัน

น้ำมันละหุ่ง (Castor Oil)

เราอาจได้ยินคนเฒ่าคนแก่ใช้น้ำมันละหุ่งในการรักษาแบบครอบจักรวาล ไม่ต่างจากน้ำมันมะพร้าวที่ได้กล่าวมาด้านบน ซึ่งเจ้าน้ำมันละหุ่งตัวนี้ ไม่ได้มีประโยชน์แค่ในเรื่องคุณสมบัติต้านการอักเสบและต้านเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์กับผมและผิว เช่นกันค่ะ น้ำมันละหุ่งช่วยเรื่องการรักษาผิวอักเสบ รอยบวม ทั้งยังช่วยเรื่องลดรอยสิว และ รอยด่างดำ ป้องกันรอยแตกลาย และ ช่วยชะลอผิวไม่ให้แก่ก่อนวัย ในส่วนของการบำรุงผม น้ำมัน ละหุ่งยังช่วยให้ผมแข็งแรง ดกดำ ป้องกันให้เกิดผมหงอกช้าลง และยังบำรุงหนังศีรษะที่ติดเชื้อได้ ที่สำคัญเรายังสามารถใช้น้ำมันละหุ่งเป็นเหมือนครีมนวดผมได้ แต่เวลาชโลมอาจจะต้องลดปริมาณการใช้ไม่เยอะนะคะ เพราะเราอาจจะล้างศีรษะไม่สะอาดจากคราบน้ำมันที่เกาะเส้นผมได้ค่ะ


Camellia, Tea, oil

น้ำมันเมล็ดชา (Camellia Tea Oil)

น้ำมันเมล็ดชาถูกใช้อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะสาวๆในประเทศจีน ซึ่งจะเน้นไปที่เรื่องความสวยความงาม น้ำมันเมล็ดชานั้นสามารถให้ความชุ่มชื่นได้ดีแก่ผิว เนื่องมาจากมีปริมาณกรดโอเลลิกสูง (Omega – 9 ) มากเป็นพิเศษ ซึมซาบสู่ผิวได้ไว เบา ไม่เหนอะหนะน้ำมันเมล็ดชามีประสิทธิภาพในการให้ความชุ่มชื่นผิว สามารถนำมาชโลมหลังอาบน้ำเสร็จ เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นของผิวไม่ให้แห้งเสียได้ นอกจากที่จะช่วยเรื่องความชุ่มชื่นผิว น้ำมันเมล็ดชายังสามารถทำให้รอยแผลเป็นจางลงได้เล็กน้อย หากมีรอยบาดแผลเล็กๆก็ช่วยได้ หากนำมาใช้นวด ก็สามารถช่วยในเรื่องลดริ้วรอย จุดด่างดำ หรือ รอยไหม้แดด คุณสาวๆสามารถใช้น้ำมันเมล็ดชาแทน Make up remover ได้นะคะ เพราะน้ำมันเมล็ดชาก็เป็นส่วนผสมที่อยู่ใน Make up remover เช่นกันค่ะ สำหรับสาวๆที่เป็นสิว อาจต้องหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันเมล็ดชาแต้มสิวนะคะ เพราะอาจจะทำให้สิวอักเสบได้ค่ะ


Almond, oil

น้ำมันอัลมอนต์ (Almond oil)

น้ำมันอัลมอนต์มีประโยชน์มากมาย สำหรับผิวและผมเช่นกัน น้ำมันอัลมอนต์มีคุณสมบัติช่วยลดอาการแพ้ ทำให้หน้าใสไร้ริ้วรอย เหมาะกับคนที่ผิวบอบบาง และน้ำมันอัลมอนต์มีวิตามินอี สูง มีประสิทธิภาพในการต่อต้านสารอนุมูลอิสระ สาวคนไหนมีริ้วรอยแตกลาย หรือ ส้นเท้าแห้งกร้าน สามารถใช้น้ำมันอัลมอนต์เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพผิวได้นะคะน้ำมัน อัลมอนต์ สามารถช่วยควบคุมไม่ให้ผมขาดร่วง และช่วยเรื่องอาการผมร่วงให้ลดน้อยลง โดยการใช้น้ำมันอุ่นๆประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ชโลมผมทุกคืนหลังอาบน้ำ ทิ้งไว้ 1 คืน และเพื่อประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นควรรับประทานอัลมอนต์ เพื่อให้สุขภาพผม และ ผิว ดีตั้งแต่ภายใน สู่ภายนอกด้วยนะคะ


macadamia, oil, น้ำมัน

น้ำมันแมคคาดีเมีย ( Macadamia oil )

น้ำมันแมคคาเดเมียมาจากถั่วแมคคาเดเมียซึ่งมีถิ่นกำเนิดในประเทศออสเตรเลีย ส่วนใหญ่พบว่ามีการเพาะปลูกในสภาพภูมิอากาศเขตร้อน ในรัฐฮาวายและ รัฐแคลิฟอร์เนีย ถั่วแมคคาเดเมียมีสารอาหารที่อุดมด้วยซีลีเนียม, สังกะสี และกรดไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพสูงทำให้ร่างกายสามารถเผาผลาญไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชาวอะบอริจินจะใช้น้ำมันเป็นเครื่องประทินผิวและตกแต่งร่างกาย
แม้ว่าน้ำมันแมคคาดีเมียค่อนข้างที่จะลื่น มัน และหนัก แต่ก็ซึมซาบลงสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ไม่รู้สึกเหนอะหนะ นอกจากจะให้ผิวของคุณชุ่มชื่นแล้วการใช้น้ำมันแมคคาเดเมียจะช่วยให้ผิวของคุณดูกระจ่างใสขึ้น ลดอัตราการเสื่อมสภาพของผิวลงได้และยังทำให้ผิวของคุณเต่งตึงและไม่ทำให้เกิดริ้วรอยอีกด้วยค่ะ


สาวๆก็ทราบกันแล้วใช่ไหมคะว่า น้ำมันแต่ละชนิดมีประโยชน์ต่อผิว และผมอย่างไร คุณสาวๆสามารถเลือกซื้อหามาใช้ได้ตามสบายเลยค่ะ และส่วนผสมน้ำมันที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ทางแบรนด์Osmosyได้ผสมน้ำมันเหล่านี้ลงในสูตรของผลิตภัณฑ์ทางแบรนด์ค่ะ รับรองได้เลยว่า นอกจากสาวๆจะได้สดชื่นไปกับกลิ่นกายที่หอมแล้ว เรายังรับประกันว่า ผลิตภัณฑ์ของเราสามารถบำรุงและเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวได้แน่นอนค่ะ

ที่มา : naturallivingideasorganicfactsstylecrazeoilhealthbenefitsnaturallivingideasrewardmelivestrong

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *